ฉันเคยเสียคุณปู่ไปตอนอยู่ป.4หรือป.5 ไม่แน่ใจ นั่นคือคราวที่ฉันเผชิญกับความตายเป็นครั้งแรก ฉันเห็นคุณอาร้องไห้ พี่สาวของฉันก็ร้องไห้ คุณแม่ฉันตาแดง ฉันไม่เคยเห็นคุณย่ากับคุณพ่อร้องไห้ต่อหน้าฉันเลย  ท่านสองคนเข้มแข็งมาก   แต่พอหลายปีต่อมา คุณพ่อก็ได้สารภาพกับฉันว่า ตอนนั้นท่านนอนร้องไห้ทุกคืน..

 

ตอนที่คุณพ่อบอก ฉันก็เลยสงสัยว่า ทำไมความตายมันถึงทำร้ายคนเป็นได้ขนาดนี้

 

"หมี" เข้ามาอยู่กับครอบครัวเราได้ประมาณ3-4ปีก่อน มันเป็นลูกแมสีดำตัวน้อยๆ วันแรกมันเดินเข้ามาในบ้าน หมีส่งเสียงร้องแล้วก็เดินพันแข้งพันขาทุกคนในบ้าน คุณย่ากับคุณพ่อไล่มันประจำ ตอนนั้นบ้านเราไม่มีสัตว์เลี้ยง และไม่ต้องการเลี้ยงสัตว์ใดๆ แต่ไล่แล้วมันก็ไม่ยอมไป จับโยนก็แล้ว ตีก็แล้ว สุดท้ายคุณย่าก็ต้องคลุกข้าวกับกุ้งแห้งใส่จานให้มันกิน  เอาเป็นว่าบัดนั้นมันก็กลายมาเป็นสมาชิกในครอบครัวเราแล้ว โดยมีคุณอาของฉันเป็นผู้ปกครองเจ้าหมีน้อย

 

 


 

มันสนิทกับคุณอามาก เพราะท่านเป็นคนรักสัตว์ เวลาที่คุณอากลับมาจากทำงานและเดินขึ้นบ้าน หมีก็จะรีบวิ่งตามคุณอาไปที่บ้าน เป็นภาพที่เห็นซ้ำๆทุกวันนั้นยังตรึงตาของฉันอยู่เลย ...

เสียงร้องออดอ้อนของหมีเพราะมาก เธอจะร้องเวลาหิวข้าว หลังเลิกเรียนเมื่อฉันกลับถึงบ้านมันก็จะนอนรอแล้วพอฉันเรียกมันว่า "หมี" มันก็จะขานรับทันที แล้วฉันก็จะเริ่มถามสารทุกข์สักดิบกับมัน "กินข้าวรึยัง" "นอนกลางวันเป็นยังไงบ้างจ๊ะ"  "วันนี้ย่าดุแกมั้ย"  "คิดถึงพี่อุ้มรึเปล่า"  ......และก็ก็ตอบรับฉันทุกประโยคด้วยล่ะ

เสียงนั้นจะติดตรึงอยู่ในโสตประสาทฉัน ไม่มีวันเลือนลางไปไหน...

 

 

 

 

 หมีชอบนอนกลางวัน  บางทีมันนอนเลยไปถึงตอนกลางคืน ฉันต้องนอนอีกบ้านไม่กล้าปลุกก็เลยต้องขังมันไว้ในบ้าน ตอนเช้ามาเปิดประตูบ้าน มันร้องเรียกใหญ่ บอกว่า"เปิดให้หน่อยๆๆในนี้ไม่มีหนูหรือแมลงสาบหรือแม้แต่กุ่งแห้งเลย หมีหิวแล้วค่ะ"  แล้วฉันก็ต้องขอโทษมันทุกครั้งไป

มันชอบเอาหัวมาถูขา  ถ้าฉันไม่ระวังมันก็จะงับขาฉัน ฉันก็ดุมันทุกที

มีวันหนึ่งหมีคาบแบ๊ง100 มาให้คุณย่า ย่าดีใจมาก เล่าให้ทุกคนในบ้านฟัใหญ่ ฉันก็พลอยดีใจไปด้วย ย่าเลยจัดแจงเอาเงินไปซื้อกุ้งแห้งและอาหารเม็ดให้มัน

หมีชอบเข้ามานอนในห้องแต่งตัวฉัน ตอนแรกก็เก้ๆกังเขินมัน พอฉันจะเปลี่ยนเสื้อก็ต้องไล่มันออกไปข้างนอกก่อน แต่หลังๆ ขี้เกียจไล่ ก็ให้มันดูฉันโป๊ไป 

หมีชอบนอนในซอกตู้ อะไรที่เป็นตู้มันจะชอบเข้าไปนอน วันนั้นมันเข้าไปนอนในชั้นวางโทรทัศน์ หาตั้งนานว่าอยู่ไหน เพราะสีมันกลืนไปกับชั้นวางเลย ตลกดี 

 

 
 

 
 
 
 
 
 ฉันยังไม่เคยคิดถึงการพลัดพรากระหว่างเราเลย "หมี " มันเร็วไปหน่อยว่ามั้ย อาทิตย์ก่อนแกยังแข็งแรงอยู่เลย อาทิตย์นี้แกนอนซม ไม่กินข้าว3-4วัน นอนตัวคุดคู้ ฉันก็นึกว่าแกหนาว
 
 
 
รูปหลังๆนี่เป็นชุดสุดท้ายที่ถ่ายเก็บไว้ เมื่อก่อนถ่ายรูปหมีไว้แล้วก็ชอบลบ เพราะคิดไงล่ะ ว่ามันจะอยู่กับเราไปอีกนาน ทีนี้รู้แล้วว่ามันมีค่ามากที่สุดเลย เจ้าแมวเหมียว
 
 
"พี่อุ้มไม่เคยบอกรักแกเลย แต่อย่างน้อยพี่อุ้มก็แสดงความรักให้หมีอยู่ทุกวัน ที่ทำไปเพราะพี่อุ้มรักหมีนะ ตอนนี้พี่อุ้มคิดถึงแกมาก  อยากให้แกกลับมาอยู่กับทุกคนเหมือนเดิม พี่อุ้มเหงามาก คุณย่าก็เหงาด้วย สงสารแกมากนะ หมีเป็นแมวที่พี่อุ้มรักมากที่สุดในโลก พี่อุ้มไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงแบบนี้มาก่อน ขอบคุณสำหรับความผูกพัน  ขอบคุณสำหรับเสียงร้อง ขอบคุณที่ร้องปลุกเวลาพี่อุ้มตื่นสาย  ขอบคุณพี่มานอนดูทีวีเป็นเพื่อน หวังว่าเราคงได้พบกันอีก ด้วยรักและคิดถึงที่สุด" 
 
 

 
"ได้นอนหลับสบายแบบที่แกชอบแล้วนะ ต่อแต่นี้พี่อุ้มคงคิดถึงแกแย่ และสัญญาว่าจะเข้มแข็งให้ได้เร็วๆ จะไม่มีวันลืมหมีไปชั่วนิรันดร์"
 
 
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 หมีเสียชีวิตด้วยโรคไต เนื่องจากกินแต่กุ้งแห้ง กับอาหารเม็ด ไม่เคยกินปลาเลย อาต่ายฝังร่างเธอไว้ที่บ้านของเราแล้ว ต่อจากนี้ เธอจะสถิตอยู่ในหัวใจของพวกเราตลอดไป
 
หวังว่าทุกๆคนคงดูแลแมวตัวเองดีๆนะ รักเค้าให้มากๆ ที่สำคัญ ฝึกให้เค้าทานปลาด้วย 
 
ฉันขอกลับไปซับน้ำตาก่อน
 

edit @ 26 Nov 2009 11:40:35 by La maison

โจน จันใด-He is my inspiration.-

posted on 26 Oct 2009 20:36 by lamaison

"คนมีความรู้สึกว่า เวลาเป็นเงินเป็นทอง  แต่ผมเห็นว่า 'เวลา' มีัค่ามากกว่าเงินและทอง"

 

"ชีวิตคนธรรมดาเนี่ย ผมถือว่าเป็นชีวิตผิดปกติมาก"

"ทุกวันนี้ทำไมคนต้องทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน แล้วไม่พออยู่พอกิน?"

"ทำไมคนทำให้ชีวิตยากเหลือเกิน  คำว่าพัฒนา หรือว่าความเจริญก้าวหน้า หมายความว่า ทำให้ชีวิตซับซ้อนขึ้น ทำให้คนไม่รู้จักความรักความผูกพันใช่ไหม?  นั่นคือเป้าหมายของการพัฒนา หรือความเจริญก้าวหน้าใช่ไหม?"

 

"ทุกวันนี้ เราพัฒนาอาหารเพื่อการตลาด ไม่ได้พัฒนาเพื่อคน"

"การสูญหายไปของความหลากหลายของพันธุ์พืช คือการสูญหายไปของความมั่นคงของชีวิตเรา" 

"การปลูกผักคือการดูแลชีวิตตัวเอง ไม่ใช่แค่การปลูกผัก"

"สิ่งที่เราเห็นคือสิ่งที่เรากิน สิ่งที่เรากินคือสิ่งที่เราปลูก การดูแลชีวิตก็คือการดูแลแปลงผัก  

 

และสุดท้าย  "ผมไม่ได้แสวงหาความสุขในชีวิต  ผมแสวงหาความง่ายและความสบาย"

 

จากรายการ 'หนึ่งวันเดียวกัน' 

"เราว่ามันสมควรแก่เวลาแล้วนะ"

 

เธอใช้อะไรตัดสินความสมควร - เวลางั้นหรือ 

แล้วเธอใช้อะไรตัดสินเวลาเล่า?

ฉันมักใช้ตัวเองเป็นที่ตั้ง ในการตัดสินความสมควร 

แปลกดี

ที่ฉันไม่เคยได้ตัดสินให้อะไรสมควรสักอย่าง - สักอย่างเดียว 

 

(นี่เราเขียนอะไร เครียดไปรึเปล่าเนี่ย ^ ^  ทั้งๆที่ตอนนี้มีความสุขแท้ๆ แต่กลับเอาจุดสีดำเล็กๆ มาคิดแล้วคิดอีก น่าจะปล่อยวางซะบ้างนะ) 

 

เธอที่อยู่ตรงนั้นยังงดงามเช่นเดิม ภาพความฝันยังอยู่ข้างในตา..

เราจะได้เอ่ยทำนองจากเพลงเดียวกัน

เพลงที่ฉันเลือก เธอจะร้องมันได้ทุกเพลง

กีตาร์ที่เธอถือจะเป็นกีตาร์ที่เล่นได้เพราะที่สุดในโลก

รอยยิ้มจะปรากฏบนใบหน้าฉัน และเธอ

ฉันฝันถึงชายหาดขาวๆ ที่มีเธอกับฉันและกีตาร์ของเธอ

หรือยอดดอยในฤดูหนาว ที่มีเธอกับฉันและกีตาร์ของเธอ

แต่ภาความฝันยังคงอยู่ข้างในตา..

 

เธอร้องเพลงให้ทุกคนในร้าน พวกเขาได้ฟังเพลงของเธอ พวกเขานั่งอยู่ที่นั่นตอนกลางคืน ดื่มด่ำกับสุราเสียมากกว่าทำนองเพลงใดๆ

ไม่เคยมีทำนองเพลงใด ร่วงหล่นถึงฉันบ้าง

เสียงเพลงของเธอถูกกลืนไปกับแสงไฟของผับ บาร์

ฉันไม่อาจได้ยินมันเลย

แม้แต่เสียงเงียบที่สุด

ฉันก็ได้ยินชัดกว่า